"เมืองเกษตรปลอดภัย ให้อาหารข้าวทางใบ โอท็อปขึ้นชั้นบรรลือ เขตร์นี้คือเมืองคนดีศรีอยุธยา"
 
 
 
 
 
 
การควบคุมแมลงศัตรูพืชผัก โดยไม่ใช้สารเคมี
 
 

การควบคุมแมลงศัตรูพืชผัก โดยไม่ใช้สารเคมี อาจปฏิบัติได้หลายวิธีดังต่อไปนี้

การควบคุมด้วยชีววิธี (Biological control) ใช้เชื้อแบคทีเรีย ไวรัสและไส้เดือนฝอยป้องกันกำจัดแมลงในกลุ่ม Lepidoptera ที่เป็นศัตรูพืช ผัก

1.การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยเชื้อแบคทีเรีย
(B.T. หรือเชื้อ Bacillus thuringiensis)
ทำให้เกิดเป็นโรคหนอนของแมลงศัตรูพืชที่สำคัญกับพืช Cruciferae เช่น คะน้า กะหล่ำ กะหล่ำดอก ผักกาดขาวปลี ผักกาดหัว ฯลฯ วงศ์ Solanaceae อันได้แก่ มะเขือเทศ พริก ฯลฯ วงศ์ Graminea อันได้แก่ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดคั่ว ข้าวโพดฝักอ่อน และวงศ์ Alliaceae อันได้แก่ หัวหอมใหญ่ หัวหอมแดง และหอมแบ่ง แมลงศัตรูพืชเหล่านี้ได้แก่ หนอนเจาะ สมอฝ้าย หนอนกระทู้หลอดหอม หนอนผักใย หนอนคืบกะหล่ำ ด้วงหมัด ผักกาด เป็นต้น นอกจากนั้น เชื้อ BT. ยังไม่ทำอันตรายแมลงศัตรู พืชธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ ผึ้ง ตัวห้ำ ตัวเบียน เชื้อ B.T. ออกฤทธิ์ทำให้มองไม่เห็นว่าศัตรูพืชถูกทำลายทันตาเห็น แต่เกษตรกรที่ สามารถควบคุมศัตรูพืชได้ผลดีมาแล้ว โดยฉีดพ่นเชื้อนี้ตามฉลากที่กำหนดไว้ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน แล้วจึงฉีกพ่นต่อมาสัปดาห์ละครั้ง ควรผสมยา จับใบทุกครั้งที่มีการฉีดพ่น ก็ทำให้ต้นพืชผักปลอดจากการทำลายของแมลง ศัตรูพืชดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้สารเคมีแต่อย่างใด

2.การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยเชื้อไวรัสนิวเคลียร์
(NPV หรือ Nuclear Polyhedrosis Virus)
เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้หนอนของแมลงศัตรูพืชเป็นโรคตาย ได้แก่ หนอนกระทู้หลอดหอม และหนอนเจาะสมอฝ้าย โดยไม่มีผลกระทบ ต่อผึ้ง ต่อ แตน มนุษย์ พืช และสัตว์ เชื้อไวรัสนิวเคลียร์ยังไม่มีจำหน่ายใน ท้องตลาด แต่อาจขอเชื้อหัวใจได้จากกองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการ เกษตร และสามารถทำเองได้ โดยนำตัวหนอนที่ตายด้วยเชื้อไวรัส ขนาดลำ ตัวยาวกว่า 2 เซนติเมตร จำนวน 20 ตัว มาผสมน้ำ 20 ลิตร ผสมยาจับ ใบแล้วนำไปฉีดพ่นแปลงหอมและแปลงมะเขือเทศก็สามารถควบคุมหนอน หลอดหอมและหนอนเจาะผสมมะเขือเทศได้ แต่จะไม่เห็นผลทันตา อาจต้องมีการพ่นยาอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ก็สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืช เหล่านี้ได้

3.การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยไส้เดือนฝอย (Nematodes)
ในต่างประเทศได้มีการทดลองใช้ไส้เดือนฝอยผสมน้ำฉีดพ่นไป ยังพืชหลายชนิด เพื่อควบคุมหนอนแมลงในกลุ่ม Lepidoptera ไส้เดือนฝอยที่ ใช้กันมากคือ Steinernema carocapsae S.feltiae อัตราการใช้คือ 500 ตัว ต่อพื้นที่ 1 ตารางนิ้ว

การควบคุมโดยวิธีกล (Mechanical control)

1.การใช้ตาข่ายไนลอน สีขาว หรือสีฟ้า (Nylon net) คลุมแปลงผัก
เพื่อป้องกันผีเสื้อกลางคืนมาวางไข่ที่ใบบนพืชผักของเรา เกษตรกรในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางที่อำเภอบางบัวทอง และไทรน้อย ได้ใช้ตาข่ายไนลอนสีฟ้าคลุมแปลงเนื้อที่ 17 ไร่บ้าง และ 5 ไร่บ้าง ซึ่งมีผลดีที่สามารถป้องกันแมลงประเภทหนอนใย หนอนกระทู้ และหนอน ผีเสื้ออื่นๆ ได้ แต่ด้วงหมัดผักกาดและเพลี้ยอ่อนยังเข้าไปทำลายพืชผักได้ การปราบเพลี้ยอ่อนและด้วงหมัดทำได้ไม่ยากนัก เพียงใช้ยาฆ่าแมลง methomyl ฉีดทำลาย 2-3 ครั้ง ก็ปลอดศัตรูพืชซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ ยากำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นอย่างมาก แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่มีต้นไม้บังลม (Wind bread) เมื่อมีลมพายุขนาดย่อมพัดมาอย่างรุนแรงในฤดูแล้ง มุ้งไนลอนซึ่งใหญ่มากจะถูกลมตีแตกเสียหายทั้งหลัง ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 200,000 บาท/หลัง อันที่จริงแล้ว การใช้มุ้งตาข่ายครอบแปลงขาดเล็ก หรือขนาดเท่าผ้าคลุมแปลงเพาะกล้าจะไม่เกิดปัญหามุ้งแตกเพราะลมแต่อย่าง ใด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีผู้ทำการวิจัยในเรื่องผลผลิตผักสดที่ได้รับและคิดต้นทุนกัน อย่างแท้จริง ปัจจุบันการปลูกผักกางมุ้งยังคงมีทำกันในโรงเรียนมัธยมทั่ว ประเทศ และเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับการส่งเสริมและสนับ สนุนจากระทรวงศึกษาธิการ (เฉพาะในโรงเรียน) และจากกรมส่งเสริมการ เกษตร

2.การใช้กับดักแมลงสีเหลืองเคลือบวัสดุเหนียว
แมลงศัตรูพืช จะชอบบินเข้าหาวัสดุสีเหลืองมากที่สุด หากใช้วัสดุที่มีลักษณะข้นเหนียวไปทาเคลือบวัสดุ เช่น แกลลอนน้ำมันเครื่อง สีเหลืองถังพลาสติกสีเหลือง แผ่นพลาสติกสีเหลือง แผ่นไม้ทาสีเหลือง หรือแผ่นสังกะสีสีเหลือง วางติดตั้งบนหลักไม้ให้อยู่เหนือต้นพืชเล็กน้อย หรือติดตั้งในแปลงปลูกผักห่างกันทุก 3 ตารางเมตร ให้แผ่นสีเหลืองสูงประ มาณ 1 เมตร ขนาดของแผ่นสีเหลืองควรมีขนาด 1 ตารางฟุต ก็จะลดอัตรา การทำลายของแมลงกับผักของเราได้อย่างมาก แมลงศัตรูพืชที่เข้ามาติดกับดัก สีเหลือง ได้แก่ แมลงวันหนอนชอนใบ ผีเสื้อกลางคืนของหนอนกระทู้หลอด หอม ผีเสื้อกลางคืนของหนอนใยผัก ผีเสื้อกลางคืนของหนอนคืบกะหล่ำ แมลงวันทอง แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น และเพลี้ยอ่อน กาวเหนียว ที่มีขายในท้องตลาดมีชื่อว่า “อพอลโล่” หรือ “คันริว” ป้ายกากเหนียวครั้ง หนึ่งจะอยู่ได้นาน 10-15 วัน ส่วนผสมของกาวเหนียวที่กรมวิชาการเกษตรทำ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นและใช้ได้ผลดีในประเทศไทยคือ น้ำมันละหุ่ง 150 ซีซี ผงยางสน 100 กรัม ไขคาร์นาบัว 10-12 กรัม อุ่นให้ร้อน กวนให้เข้า กัน ตั้งทิ้งให้เย็น แล้วนำไปใช้ได้เลย

3.การใช้กับดักแสงไฟ (Black light trap)
ในอดีตจนถึงปัจจุบันชาวบ้านนิยมใช้หลอดแบล็กไนท์ (Black light) มาล่อแมลงดานา เพื่อจับไปกินและขาย นักวิชาการก็ใช้แสงไฟล่อ แมลงเพื่อต้องการทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงประชากรแมลงศัตรูพืชเพื่อลด ประชากรของแมลงทำลายพืชผักลง
ที่สวนลิ้นจี่ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อ “ไร่นาย พล” ปลูกลิ้นจี่ประมาณ 400 ไร่ ใช้หลอดไฟล่อแมลงทั้งสวน ปรากฏว่าใช้ ยาฆ่าแมลงน้อยมาก และได้ผลผลิตลิ้นจี่ที่มีคุณภาพดีมาก ควรวางหลอดไฟ ล่อแมลงห่างกับประมาณ 50 เมตร และใช้หลอดไฟขนาดไฟขนาด 20 วัตต์ โดยวางไว้รอบแปลงผัก ถ้าติดตั้งถาวรควรใช้ปลอกซีเมนต์ (ถังส้วม) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ติดตั้งขาหลอดสูงจากขอบซีเมนต์ด้านบน 40 เซนติเมตร ใช้ฝาซีเมนต์รองข้างใต้แล้วยาซีเมนต์ตามขอบกันน้ำรั่วไหล เติมน้ำผสมผงซักฟอกลงไปในถังปลอกซีเมนต์ หรือใช้น้ำธรรมดา แต่เติม น้ำมันก๊าดหรือน้ำมันโซล่าลงไป 2 ช้อนโต๊ะต่อ 1 ปลอกซีเมนต์ ควรทำ หลังคากันแดดและฝนให้กับหลอดไฟนีออนด้วย ควรเปิดไฟทุกวันตลอดคืน และเปิดทุกคืน แมลงศัตรูพืชที่ชอบมาเล่นแสงไฟ ได้แก่ หนอนเจาะสมอ ฝ้าย (Heliothis armigera) หนอนกระทู้ (Spodopterasp) เพลี้ยกระโดดสี น้ำตาล (Nilaparvata lugens) หนอนกระทู้ดำ (Agrotisp) เพลี้ยจักจั่นสีเขียว (Nephotettix nigropictrs) เพลี้ยหล่า (Scotinopharasp) บั่ว (Orseolia oryzae) ฯลฯ